"เฟอร์บี้".... เพื่อนแก้เหงาตัวจริงเหรอ???
นายโละ คนธรรมดาๆ ของประชาชน
ในปัจจุบันคงปฎิเสธไม่ได้ในโลกออนไลน์ และในสังคมวัยรุ่นปัจจุบัน ที่ใครจะไม่รู้จัก เจ้า "เฟอร์บี้"

เฟอร์บี้ (Furby) กลายเป็นของเล่นใหม่ของใครหลายๆคน แท้จริงแล้วเฟอร์บี้ มิได้เพิ่งถือกำเนินขึ้นแต่อย่างใด หากย้อนไปดูประวัติของเฟอร์บี้ เฟอร์บี้ได้ถือกำเนิดมากว่า 10ปี แล้ว ซึ่งในตอนนั้นเฟอร์บี้ก็ได้รับความนิยมมิใช่น้อย แต่สักระยะหนึ่งก็กระเเสก็ซาไป แต่วันนี้ เฟอร์บี้กลับมาอีกครั้ง ด้วยความน่ารักสดใส ร้องเพลงได้ พูดได้ กะพริบตาได้
ตุ๊กตาของเล่นเฟอร์บี้ (Furby Toy) 2012 คือ ของเล่นตัวใหม่แกะกล่องเมื่อปี 2012 ลักษณะคล้ายนกฮูก(Owl) /หนูแฮมเสตอร์(Hamster) เริ่มเดินทางข้ามทวีป ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาสู่เมืองไทยบ้านเรา และกำลังระบาดหนักกันอยู่ในปัจจุบันนี้ มันพิเศษกว่าการเป็นตุ๊กตาขนฟู มากกว่าการตั้งโชว์ เพราะคุณสามารถเลี้ยงมันได้ด้วย !! คือมันคงไม่ได้โตขึ้นหรอกนะคะ แต่สามารถมีปฏิกิริยาตอบสนอง เสียงร้องกวนๆ และการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยให้เป็นตุ๊กตาสุดล้ำ หรือใครใคร่เล่นแต่งตัวเหมือนยุคตุ๊กตาบลายธ์ ก็สามารถครีเอทแฟชั่นเฟอร์บี้ (Furby) มาประชันกัน
ตุ๊กตาเฟอร์บี้ (Furby) 2012 นี่ไม่ธรรมดา … เป็นตุ๊กตามีสมอง !! ยิ่งคุณเล่นกับมันมากเท่าไหร่ มันก็จะเกิดการเรียนรู้ค่ะ จดจำและตอบโต้เราได้ เปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ได้
เล่นอะไรกับ Furby 2012 ได้บ้าง ?
- จั๊กจี้, ให้อาหาร, พูดคุย, เล่นเพลง เฟอร์บี้จะตอบสนองคุณอย่างน่าเอ็นดู แล้วเค้าว่ากันว่ามันเต้นเก่งด้วย
- ถ้าคุณเล่นกับน้องเฟอร์บี้ดีดี กอด จูบ ลูบหลัง เจ้าเฟอร์บี้จะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนเชื่อง
- แต่ถ้าคุณเล่นกับมันแรงๆ หยิบได้ก็เขย่า จับตีลังกา ดึงหาง เจ้าเฟอร์บี้จะกลายเป็นจอมวายร้ายตัวน้อยได้เลย
- ความโดดเด่นอีกอย่างก็อยู่ที่ตา LED นี่ล่ะค่ะ ทำให้สามารถแสดงอารมณ์ สีหน้า ตีบทแตกกระจุย
- โดยปกติแล้วเฟอร์บี้มีภาษาของเค้าเองด้วยนะ นั่นก็คือ เฟอร์บิช (Furbish) นั่นเอง
- แล้วถ้าคุณเอาเฟอร์บี้ว่าวางด้วยกันมันคุยกันเองได้ด้วยล่ะ !!!

ส่วนเทคโนโลยีที่ว่าเนี่ยคุณสามารถไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเฟอร์บี้ (Furby Application) ที่มีให้โหลดฟรีได้ทั้ง App Store และ Google Play เล่นได้หมดทุกรุ่น ทุกอุปกรณ์ ภายในแอพพลิเคชั่นคุณสามารถเลือกอาหารมาป้อนเจ้าเฟอร์บี้ ใช้ในการแปลและเรียนรู้ภาษาเฟอร์บิช (Furbish) ได้ด้วยล่ะครับ
หากจะกล่าวว่าทำไมเฟอร์บี้ ถึงฮิตกันมากมายในปัจจุบัน อาจมีคำถามจากใครบางคนที่ตั้งคำถามว่าทำไมตุ๊กตาที่หน้าตาก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากมาย ทำไมถึงฮิตได้เพียงนี้ ทั้งที่ยังมีสัตว์เลี้ยงที่เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่น่ารักกว่าอีก หรือเพราะคนสมัยนี้ "เหงา" มากขึ้น จะให้เลี้ยงสุนัขและแมวก็รู้สึกว่าเป็น "ภาระ" เกินไป จึงหันมาเลี้ยง "สัตว์เลี้ยง ไฮเทค" อย่างเฟอร์บี้แทน
ผู้เขียนขอหยิบยกบทความมาชี้เเจงต่อไปนี้
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์กระแสเฟอร์บี้ฟีเวอร์ว่า ที่ฮิตกันจริงจังขนาดนี้ เหตุผลสำคัญคือเพราะ "กระแส" ระยะหลังสื่อมีอิทธิพลกับคนในสังคมไทยมหาศาล และสังคมไทยเป็นสังคมที่การสื่อสารแรงจะเห็นว่า พอมีอะไรฮิตขึ้นมา คนในสังคมก็จะฮิตตาม แต่ของพวกนี้มาเร็ว ก็ดับเร็ว ไม่อยู่นาน"
เหตุผลต่อมา พญ.อัมพร บอกว่า ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ ที่กระหายความรัก ความผูกพัน ความเอาใจใส่ แม้งานจะยุ่งแค่ไหน หรือมีกิจกรรมทำมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความต้องการความรัก ความผูกพัน เอาใจใส่จะหมดไป
"เฟอร์บี้ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้ แม้จะเป็นความผูกพันเพียงชั่วคราว แต่ก็ทำให้หัวใจมีความสุข ดี๊ด๊าได้สักพักหนึ่งเหมือนกัน อีกทั้งยังไม่สร้างภาระให้มากเหมือนการเลี้ยงสุนัขและแมว ซึ่งคนยุคนี้ไม่มีความสุขต่อการรับผิดชอบชีวิตผู้อื่น เราจึงเห็นสุนัขและแมวถูกทิ้งเพิ่มขึ้น ขณะที่เฟอร์บี้เป็นสิ่งฉาบฉวยที่ตอบโจทย์ช่วงสั้นๆ ของความปรารถนาได้"
พญ.อัมพร บอกอีกว่า เฟอร์บี้เป็นตุ๊กตา การเล่นเฟอร์บี้ทางการแพทย์ระบุว่าเป็นภาวะ "regression"หรือภาวะถดถอยทางอารมณ์ที่ย้อนกลับไปเป็นเด็กคิกขุนาโนเนะอีกครั้ง ภาวะนี้เป็นภาวะที่ถดถอยกลับไปเติมความชื่นบานในจิตใจ กลับไปเล่นตุ๊กตา ซึ่งการถดถอยกลับไปเป็นเด็กชั่วขณะจะช่วยทำให้ผ่อนคลายและสดชื่นขึ้น
พญ.อัมพร บอกว่า ความเหงาอาจเป็นแรงผลักดันในบางคนเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่มีเฟอร์บี้เพราะเหงา ส่วนใหญ่เกิดเพราะกระแสชี้นำทางสังคมมากกว่า เพราะเฟอร์บี้ก็ไม่ได้มีลักษณะเด่นอะไร หากเทียบกับตุ๊กตาบาร์บี้ที่คลาสสิกและเป็นตุ๊กตาที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
"เฟอร์บี้ มีไว้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการมีความรัก ความเอาใจใส่ ความผูกพัน แต่เฟอร์บี้ไม่มีชีวิต ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ครอบครัว สามีภรรยา ลูก พ่อแม่ พวกเขาเหล่านี้คือของจริงไม่ฉาบฉวยและยั่งยืน"
สุดท้าย พญ.อัมพร แนะด้วยความห่วงใยว่า การตามกระแสไม่ใช่สิ่งผิด แต่ต้องรู้เท่าทันตัวเอง มีสติไตร่ตรองว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น เราชอบหรือเปล่า ทำแล้วเกิดปัญหากับทั้งตัวเองและผู้อื่นไหม ถ้ามีสติอย่างนี้ เกาะกระแสนิดหน่อยได้ไม่ว่ากัน
"แต่ถ้าห่วงใยกระแส จนกลัวหลุดกระแส กังวลต่อสายตาคนอื่นที่มองมาว่าเราแตกต่าง จนเกิดความเครียด ทำอะไรลงไปจนเกินข้อจำกัดตัวเอง ภาวะนี้สะท้อนว่า เราเป็นคนขาดความเป็นตัวของตัวเอง ปล่อยให้กระแสมามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา"
บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยความสุข แต่ "สุขแท้" และ "สุขเทียม" อยู่ที่ใจเราเท่านั้นที่รู้ดี
ในทัศนะของผู้เขียน(นายโละ..) คิดว่า การเกาะกระเเสเฟอร์บี้ฟีเวอร์นั้น เป็นเพราะคนในสังคม มีความรู้สึกเหงา รู้สึกว่าตนต้องการมีใครสักคนคอยเป็นเพื่อนเล่น พูดคุย แม้ในสังคมปัจจุบัน โลกของเราอยู่ในยุคของโลกไซเบอร์ โลกออนไลน์ที่ใครต่อใคร สามารถที่จะสื่อสารกันได้ง่าย แต่นั้นก็เป็นเพียง การสื่อสาร ที่ไม่อาจ ลดช่องว่างความเหงาของคนบางกลุ่มได้ เพราะ โลกที่มีแต่การแข่งขันกันสูง โลกที่มีมีแต่วัตถุนิยมเข้ามา ทำให้สัมพันธภาพของคนเราอยู่กันแบบหลวมๆ คนบางคนต่างมุ่งมั่นกับการทำงาน มุ่งมั่นกับการใช้ขีวิต หลายคนเเม้มีเพื่อนมากมายเเต่ก็เป็นเพื่อนเพียงในโลกออนไลน์เท่านั้น โอกาสที่จะได้มาพบปะกันก็น้อยลง ทำให้ เกิดเป็นความเหงา ความต้องการใครสักคนเป็นเพื่อนคุย และสามารถเล่นกับเราได้ในทุกที่ทุกเวลา
มนุษย์จึงใช้กลไกลป้องกันทางจิต (Defence Mechanism) โดยการหาทางออกให้กับตัวเองโดยเลือกใช้กลไก Compensation การทดแทนความรู้สึกอ้างว้างของตัวเองด้วยการใช้ สิ่งของ หรือของเล่นอย่างเจ้าเฟอร์บี้มาทดแทนความรู้สึกที่ไม่สมบูรณ์ในจิตใจของตนนั้นเอง รวมถึงภาวะ Regression คือการถดถอยไปสู่ระดับบุคลิกภาพซึ่งมีพฤติกรรมแบบเด็กๆ ซึ่งการนำกลไกนี้มาใช้จะทำให้ตนรู้สึกได้รับการรับการเติมเต็ม รู้สึกมีความสุข และสนุกกับการได้มีเจ้าเฟอร์บี้เป็นเพื่อนนั้นเอง
แต่กระนั้น เฟอร์บี้เอง ก็เป็นเพียงของเล่น ซึ่งไม่มีชีวิตจิตใจ หากเราหมกมุ่นอยู่กับมันเพียงอย่างเดียว อาจนำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์ และพฤติกรรมได้ในอนาคต การจะใช้ซึ่งใดทนแทนนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่ผิดประการใด แต่ทั้งนี้ คุณต้องไม่ละเลย ชีวิต และโลกของความเป็นจริง อย่าให้อิทธิพลของเฟอร์บี้มาครอบงำหรือ เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้กลับคุณเพียงอย่างเดียว เพราะเเท้จริง ความสุขที่แท้จริงๆ คือการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างมากกว่าสิ่งของเสมอ .....
ความสุขที่แท้จริง คือ การที่คุณเอาตัวเองมาสู่สังคมภายนอก และการมีการปฎิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างต่างหาก
"ความเหงา" ของคนเราสามารถคลายตัวได้ ด้วยการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การอยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน และลดการอยู่กับตัวเองให้น้อยลง เท่านี้ ความเหงา ของคุณก็จะสลายไปได้โดยง่าย
อ้างอิง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น